หน้าแรก
เกี่ยวกับสมาคม
ข่าวสาร
สินค้า
บริการ
เว็บลงค์
คำถามที่พบบ่อย
ติดต่อเรา

บริการ

 Service 1
 เกี่ยวกับสมาคม

กลุ่มสินค้า

 วืทยุสื่อสาร,กล้องวงจรปิด
 วืทยุสื่อสาร
 ประกันภัย
 ระบบประปา,บาดาล(ดื่มได้)
 ระบบเคาร์เตอร์เซอร์วิส
Custom Search
 
  เกี่ยวกับสมาคม

ใบสค.4

ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนสมาคม

ข้อบังคับ

ของสมาคมอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระบุรี

         เพื่อให้การดำเนินงานกิจกรรมของสมาคมอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระบุรี เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพในการช่วยเหลือประชาชน สมาคมอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระบุรีจึงออกข้อบังคับประจำสมาคมอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระบุรี

 

หมวดที่ 1

บททั่วไป

ข้อ  1  สมาคมนี้มีชื่อว่า  สมาคมอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระบุรี

ข้อ  2  เครื่องหมายของสมาคมคือลักษณะ เป็นอาร์มด้านในเป็นวงกลมมีรูปวัดพระพุทธบาท วงกลมด้านนอก ส่วนบนเขียนว่า สมาคมตามส่วนโค้ง วงกลมด้านนอกส่วนล่างเขียนว่าอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระบุรี  ส่วนของอาร์มที่อยู่ด้านนอกเป็นลักษณะสีแดง,ขาว,น้ำเงินโดยจัดให้สีแดงอยู่ด้านซ้ายและขวา(ด้านนอก) สีขาวอยู่ด้านซ้ายและขวา(ด้านใน) สีน้ำเงินอยู่ส่วนตรงกลาง สีทั้งหมดอยู่ตามแนวบนลงล่างลักษณะเอียง 45 องศา ตามลักษณะแบบ


 

ข้อ  3  สำนักงานใหญ่ของสมาคมตั้งอยู่  . เลขที่ 44/1  หมู่ที่ 6 .ทับกวาง  อำเภอ แก่งคอย จังหวัด สระบุรี                         สำนักงานสาขาของสมาคมตั้งอยู่ ณ. -----

ข้อ  4  ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับสมาคมอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระบุรี” โดยให้ใช้ข้อบังคับนี้กับสมาชิกอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระบุรี

ข้อ  5  ในข้อบังคับนี้

5.1   “สมาคม”   หมายความว่า  สมาคมอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระบุรี

5.2   “อาสาสมัคร”   หมายความว่า  สมาชิกของสมาคมอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระบุรี

5.3  “คณะกรรมการสมาคม”  หมายความว่า  คณะกรรมการสมาคมอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัย

จังหวัดสระบุรี

5.4  “นายกสมาคม”  หมายความว่า  นายกสมาคมอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระบุรี

5.5 “คณะกรรมการที่ปรึกษา” หมายความว่า คณะกรรมการที่ปรึกษาสมาคมอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัย

จังหวัดสระบุรี

หมวดที่ 2

วัตถุประสงค์ของสมาคม

ข้อ 6  การดำเนินงานของสมาคม มีวัตถุประสงค์เพื่อ

6.1  ช่วยเหลือสังคมในด้านบรรเทาสาธารณภัย,ประสบภัยและภัยอื่นๆ,อื่นๆ ตามกำลังความสามารถโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

6.2  สร้างความสามัคคี  ในหมู่คณะ เสียสละ อุทิศตนและบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคมและประเทศชาติ

             6.3  จัดให้มีการอบรมเกี่ยวกับงานด้านบรรเทาสาธารณภัย,ผู้ประสบภัย,อื่นๆกับอาสาสมัคร จากสมาคมหรือหน่วยงานอื่นที่มีความสามารถโดยสมาคมเป็นผู้ประสานงาน

6.4  จัดให้มีการอบรมเกี่ยวกับงานด้านบรรเทาสาธารณภัย,ผู้ประสบภัย,อื่นๆกับบุคคลอื่นหรือหน่วยงานอื่นที่มีการร้องขอมาให้สมาคมเป็นผู้อบรมให้หรือให้สมาคมเป็นผู้ประสานงานเชิญบุคคล,หน่วยงานอื่นๆในการอบรม

             6.5  เป็นตัวแทนติดต่อสื่อสาร,ประสานงานระหว่างบุคคล,บุคคลกับหน่วยงานต่างๆ

6.6  ให้ใช้สิทธิ เสรีภาพและการปกครองตนเองตามระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

6.7 เพื่อเป็นนันทนาการกับอาสาสมัครและบุคคลภายนอก

หมวดที่ 3

สมาชิก

ข้อ  7  สมาชิกของสมาคมมี  1 ประเภท  คือ

7.1  สมาชิกสามัญ ได้แก่ ประชาชนในประเทศที่มีความพร้อมในการทำงานอาสาสมัคร สมัครเข้ามาทำงานให้กับสมาคม

7.2    ประชาชนที่สมัครเป็นสมาชิกของสมาคมมีอายุการเป็นสมาชิก 1 ปี (ยกเว้นคณะกรรมการสมาคม)

7.3  เมื่อประชาชนที่สมัครเป็นสมาชิกของสมาคม ครบ 1 ปีแล้วท่านใดที่มีความประสงค์ที่จะสมัครเป็นสมาชิกต่อให้เขียนใบสมัครใหม่และลงทะเบียนกับสมาคม

ข้อ   8   สมาชิกพ้นจากการเป็นสมาชิกตามข้อบังคบสมาคมให้ดำเนินการตามข้อ 7 ภายใน 60 วัน

ข้อ  9   ประชาชนที่สมัครเป็นสมาชิกของสมาคมไม่เสียเงินค่าลงทะเบียนและเงินค่าบำรุงสมาคม

ข้อ 10   คุณสมบัติของสมาชิก

             10.1  ประชาชนในประเทศไทยทั้งชายและหญิงอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป

10.2  มีความพร้อมที่จะช่วยเหลือสังคม

10.3  มีความรับผิดชอบต่อสังคมครอบครัว  และรักษาไว้ซึ่ง  สถาบันชาติ  ศาสนา  พระมหากษัตริย์  และการปกครองระบอบประชาธิปไตย

ข้อ   11  สมาชิกสมาคมอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยสระบุรีพ้นจากการเป็นสมาชิก เมื่อ

                        11.1     ตาย

                        11.2     ลาออก

11.3 ขาดการประชุมของสมาคมต่อเนื่องกันสามครั้งโดยไม่มีเหตุสำคัญ และที่ประชุมสมาคมมีมติให้พ้นสภาพด้วยเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกที่เข้าประชุม

11.4     ไม่รักษาไว้ซึ่ง สถาบันชาติ  ศาสนา  พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตย

11.5   กระทำความผิดตามกฎหมายไทยโดยศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด ให้รับโทษจำคุก(เว้นแต่ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ)

11.6       พ้นจากการเป็นสมาชิกตามข้อบังคบสมาคม

หมวดที่4

สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

ข้อ 12            สมาชิกมีสิทธิ และหน้าที่ดังต่อไปนี้

12.1  สมาชิกย่อมมีสิทธิและหน้าที่เท่าเทียบกันตามนัยแห่งระเบียบนี้

             12.2  สมาชิกมีสิทธิและหน้าที่ในการแสดงความคิดเห็นเพื่อสร้างสรรค์สมาคมและสังคม

             12.3  สมาชิกมีสิทธิและหน้าที่ รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ  ศาสนา  พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตย

             12.4  สมาชิกมีหน้าที่ปฏิบัติตามระเบียบและข้อบังคับของสมาคม

12.5  สมาชิกมีหน้าที่ให้ความร่วมมือและช่วยเหลือการดำเนินกิจกรรมต่างๆของสมาคม

หมวดที่ 5

คณะกรรมการของสมาคม

ข้อ   13         ให้คณะกรรมการสมาคมมาจากสมาชิกสมาคมโดยวิธีการเลือกตั้งหรือสรรหา

ข้อ   14         ให้คณะกรรมสมาคมเลือกตั้งหรือสรรหาผู้ที่ดำรงตำแหน่งนายกสมาคม

ข้อ   15         นายกสมาคมเป็นผู้เสนอชื่อผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งต่างๆจากคณะกรรมการสมาคม

ข้อ   16  ให้คณะกรรมการสมาคมอยู่ในตำแหน่งตลอดไป

ข้อ    17  คุณสมบัติของกรรมการสมาคม

              17.1   ประชาชนในประเทศไทยทั้งชายและหญิงอายุตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป

              17.2   มีความพร้อมที่จะช่วยเหลือสังคม

17.3    มีความรับผิดชอบต่อสังคมครอบครัว และรักษาไว้ซึ่ง     สถาบันชาติ  ศาสนา  พระมหากษัตริย์  และการปกครองระบอบประชาธิปไตย

ข้อ   18   กรรมการของสามาคมพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ

18.1     ตาย

18.2     ลาออก

18.3 ขาดการประชุมของสมาคมต่อเนื่องกันสามครั้งโดยไม่มีเหตุสำคัญ และที่ประชุมสมาคมมีมติให้พ้นสภาพด้วยเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกที่เข้าประชุม

18.4    ไม่รักษาไว้ซึ่ง สถาบันชาติ  ศาสนา  พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตย

18.5 กระทำความผิดตามกฎหมายไทยโดยศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด ให้รับโทษจำคุก(เว้นแต่ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ)

18.6   เมื่อที่ประชุมสามัญประจำปีโดยมีอาสาสมัครทั้งหมดลงมติให้พ้นจากตำแหน่งด้วยคะแนนเสียง 3ใน4

ข้อ   19         หากกรรมการสมาคมตำแหน่งว่างลงให้ดำเนินการตามข้อ 13 หรือข้อ 14 หรือ ข้อ 15

ข้อ   20         คณะกรรมการสมาคมมีจำนวนไม่น้อยกว่า 10 คนแต่ไม่เกิน 45 คน

ประกอบไปด้วยตำแหน่งดังต่อไปนี้

20.1  นายกสมาคม

20.2  อุปนายก

20.3  เลขานุการ

20.4  เหรัญญิก

20.5  ประชาสัมพันธ์

20.6  ปฏิคม

20.7  กรรมการสมาคม

20.8  ประธานเขตหรือกรรมการเขต

20.9  ตำแหน่งอื่นตามที่คณะกรรมการสมาคมกำหนด

ข้อ  21          อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการสมาคม

21.1  บริหารงานอาสาสมัครตามข้อบังคับและวัตถุประสงค์ของสมาคม

21.2  จัดทำโครงการการดำเนินกิจกรรมต่างๆของสมาคม

21.3  เป็นศูนย์กลางเสริมสร้างความเข้าใจ  และความสัมพันธ์ระหว่างบุคลากรในสมาคมและหน่วยงานอื่นๆ

21.4  พิจารณาการจัดตั้งสาขาของสมาคม

21.5  รับสมัครสมาชิกและลงทะเบียนสมาชิกพร้อมทั้งออกบัตรประจำตัวให้กับสมาชิก

ข้อ   22         นายกสมาคม มีอำนาจหน้าที่ดังนี้

22.1  บริหารงานกิจกรรมสมาคมให้เป็นไปตามข้อบังคับและวัตถุประสงค์ของสมาคม

22.2  เป็นประธานการประชุมกิจกรรมของสมาคม

22.3  เป็นผู้ลงนามในการออกบัตรประจำตัวให้กับสมาชิก

22.4             เป็นตัวแทนของสมาคมในการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานอื่นๆ

 

ข้อ   23         อุปนายก  มีอำนาจหน้าที่ดังนี้

23.1  ปฏิบัติหน้าที่ตามที่นายกสมาคมมอบหมาย

23.2  ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกสมาคม ในกรณีที่นายกสมาคมไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ

23.3  หน้าที่อื่นตามที่นายกสมาคมมอบหมาย

ข้อ   24         เลขานุการมีอำนาจหน้าที่ดังนี้

24.1  จัดทำระเบียบวาระการประชุม  รายงานการประชุม

24.2  เป็นเลขานุการในการประชุมสมาคม

24.3  รับผิดชอบงานธุรการ  งานสารบรรณ และติดตามการดำเนินงานของสมาคม

24.4  รับผิดชอบพัสดุของสมาคม

24.5  หน้าที่อื่นๆ ตามที่นายกสมาคมมอบหมาย

ข้อ    25       เหรัญญิก   มีอำนาจหน้าที่ดังนี้

25.1  รับผิดชอบ  ควบคุมการเงินของสมาคม กรณีทำกิจกรรมต่างๆ (ถ้ามี)

25.2  หน้าที่อื่นๆตามที่ได้รับมอบหมาย

ข้อ   26         ฝ่ายประชาสัมพันธ์  มีอำนาจหน้าที่ดังนี้

26.1  เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารกิจกรรมต่างๆ ของสมาคม

26.2  หน้าที่อื่นๆตามที่ได้รับมอบหมาย

ข้อ   27         ฝ่ายปฏิคม  มีอำนาจหน้าที่ดังนี้

27.1  ดูแล ประสานงานด้านกิจกรรมของสมาคม

27.2  หน้าที่อื่นๆ  ที่ได้รับมอบหมาย

ข้อ   28         กรรมการสมาคม, ประธานเขต, กรรมการเขต  มีอำนาจหน้าที่ดังนี้

28.1  เป็นตัวแทนของอาสาสมัครรับผิดชอบทำกิจกรรมต่างๆของสมาคม

28.2  หน้าที่อื่นๆ  ที่ได้รับมอบหมาย

หมวดที่ 6

การประชุม

ข้อ  29          การประชุมของสมาคมมี 2 ชนิด

29.1             ประชุมสามัญ

        29.1.1  การประชุมสามัญประจำปี ประชุมสมาชิกทั้งหมดอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งวันเวลาสถานที่ให้คณะกรรมการเป็นผู้กำหนด

        29.1.2 การประชุมสามัญประชุมคณะกรรมการ อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง วันเวลาสถานที่ให้นายกสมาคมหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากนายกสมาคมเป็นผู้กำหนด

29.2  ประชุมวิสามัญ

                      29.2.1  การประชุมวิสามัญ  อาจจะมีขึ้นได้ก็โดยเหตุที่คณะกรรมสมาคมเห็นควรให้จัดขึ้น

ข้อ  30          การแจ้งกำหนดนัดการประชุมให้เลขานุการหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากนายกสมาคมเป็นผู้แจ้งกำหนดนัดการประชุมให้สมาชิกให้ทราบโดยเป็นลายลักษณ์อักษรหรือแจ้งตามสื่อต่างๆ

ข้อ  31          การประชุมสามัญประจำปี จะต้องมีวาระการประชุมดังนี้

31.1  แถลงกิจกรรมที่ผ่านในรอบปี

31.2  แถลงบัญชีรายรับ รายจ่าย ของสมาคม ( ถ้ามี)

31.3  เรื่องอื่น ๆ

ข้อ  32          ในการประชุมสามัญหรือการประชุมวิสามัญ จะต้องมี สมาชิกหรือคณะกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกหรือคณะกรรมการของสมาคม

ข้อ  33          การลงมติต่างๆในที่ประชุม ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงที่ลงมติมีคะแนนเสียงเท่ากัน  ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

หมวดที่ 7

การเงินและทรัพย์สิน

ข้อ  34          การเงินและทรัพย์สินทั้งหมด (ถ้ามี) ให้อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของคณะกรรมการสมาคม เงินสดของสมาคมถ้ามีให้นำฝากไว้ในธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขา อ.แก่งคอย  .สระบุรี

ข้อ 35   การลงนามในตั๋วเงินหรือเช็คของสมาคม จะต้องมีลายมือชื่อของ นายกสมาคม หรือผู้ทำการแทนลงนามร่วมกับเหรัญญิก หรือเลขานุการ พร้อมประทับตราของสมาคมจึงจะถือว่าใช้ได้

ข้อ  36  ให้นายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินของสมาคมได้ครั้งละไม่เกิน 99,900 บาท(ถ้ามี) (เก้าหมื่นเก้าพันเก้าร้อยบาทถ้วน)   ถ้าเกินกว่านั้นจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการและคณะกรรมการจะอนุมัติให้จ่ายเงินได้ครั้งละไม่เกิน 199,500 บาท (หนึ่งแสนเก้าหมื่นเก้าพันห้าร้อยบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่านี้ ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ของสมาคม

ข้อ  37  ให้เหรัญญิกมีอำนาจเก็บรักษาเงินสดเงินของสมาคมได้ไม่เกิน 12,000 บาท (หนึ่งหมื่นสองพันบาทถ้วน) ถ้าเกินกว่านี้จำนวนนี้ จะต้องนำฝากธนาคารในบัญชีของสมาคมทันทีที่โอกาสอำนวยให้

ข้อ  38  เหรัญญิกจะต้องทำบัญชี  รายรับ  รายจ่าย  และบัญชีงบดุลให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ  การรับการจ่ายเงินทุกครั้ง จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อของนายกสมาคมหรือผู้ทำการแทนร่วมกับเหรัญญิกหรือผู้ทำการแทน พร้อมกับประทับตราของสมาคมทุกครั้ง

ข้อ 39 ผู้สอบบัญชี จะต้องมิใช่กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม และจะต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับการอนุญาต (ในกรณีที่สมาคมไม่มีฐานะทางการเงินไม่ต้องสอบบัญชี )

ข้อ  40 ผู้สอบบัญชี มีอำนาจหน้าที่เรียกเอกสารที่เกี่ยวกับการเงินและทรัพย์สินจากคณะกรรมการและสามารถจะเชิญกรรมการ หรือเจ้าหน้าที่ของสมาคมเพื่อสอบถาม เกี่ยวกับบัญชีและทรัพย์สินของสมาคมได้

ข้อ  41   คณะกรรมการจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้สอบบัญชี เมื่อได้รับการร้องขอ

 

หมวดที่ 8

การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกสมาคม

ข้อ  42 ข้อบังคับของสมาคมจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่เท่านั้น และองค์ประชุมใหญ่จะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด มติของที่ประชุมใหญ่ในการให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับ จะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด

ข้อ  43          การเลิกสมาคมจะเลิกได้ก็โดยมติของที่ประชุมสามัญประจำปี ยกเว้นเป็นการเลิกเพราะเหตุของกฎหมาย มติของที่ประชุมใหญ่ที่ให้เลิกสมาคมจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของสมาชิกที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด และองค์ประชุมจะต้องไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของอาสาสมัครทั้งหมด

ข้อ  44  การแก้ไขข้อบังคับใดๆในข้อบังคับนี้ให้กระทำโดยสมานฉันท์

ข้อ  45 เมื่อสมาคมต้องเลิก ไม่ว่าเหตุใดๆ ก็ตาม ทรัพย์สินของสมาคมที่เหลืออยู่ หลังจากที่ได้ชำระบัญชีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ตกเป็นของ  “สมาคมอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยแห่งประเทศไทย”

 

หมวดที่ 9

บทเฉพาะกาล

ข้อ  46          นายกสมาคมฯ เป็นผู้เสนอชื่อให้มีหรือไม่มีผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งคณะกรรมการที่ปรึกษาสมาคมฯได้

ข้อ  47          ข้อบังคับนี้ อาสาสมัครผู้ก่อตั้งสมาคมฯเป็นผู้เขียนข้อบังคับสมาคมฯ

ข้อ  48  ข้อบังคับฉบับนี้นั้นให้ใช้บังคับได้นับตั้งแต่วันที่สมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเป็นต้นไป

ข้อ 49 ให้คณะกรรมการออกบัตรประจำตัวให้กับอาสาสมัครและรับสมัครอาสาสมัครเพิ่มเติมได้ภายใน 45 วัน หลังจากสมาคมจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล

ข้อ   50         เมื่อสมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจากทางราชการ ก็ให้ถือว่าผู้เริ่มการทั้งหมดเป็นอาสาสมัครตามข้อบังคับสมาคม เริ่มตั้งแต่วันจดทะเบียนเป็นต้นไป

         ข้อ 53 คณะกรรมการสมาคมมีจำนวนไม่น้อยกว่า 10 คน

วาระที่5. อื่นๆ  คุณสุบรรณ์ ศรีปาลวิทย์ เสนอการก่อสร้างที่ทำการสมาคมฯงบประมาณเราไม่มีเราจะขอจากหน่วยงานราชการได้หรือไม่ เช่น งบของจังหวัดหรืองบประมาณ อบจ. เพราะสถานที่ของสมาคมฯนั้นมีคนให้ใช้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายอยู่แล้ว และอีกประการหนึ่งในการออกปฏิบัติหน้าที่ ขอให้ทำใบปฏิบัติหน้าที่ด้วยเพื่อเก็บไว้เป็นข้อมูลเป็นผลงานของสมาชิกแต่ละท่านและให้คณะกรรมการเขตนำส่งสมาคม

         ประธานชี้แจง ในเรื่องของการก่อสร้างที่ทำการสมาคมฯผมจะปรึกษากับหลายๆฝ่ายดูว่ามีความเป็นไปได้แค่ไหนแล้วจะแจ้งให้ทราบภายหน้า ส่วนเรื่องการออกปฏิบัติหน้าที่นั้นต้องมีใบออกปฏิบัติหน้าที่หรือหนังสือในการออกทำงานเพื่อที่จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเซ็นต์รับทราบ คงต้องให้คุณสุบรรณ์ ศรีปาลวิทย์  ทำหนังสือแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบเพื่อขอความร่วมมือพร้อมทั้งออกแบบใบปฏิบัติหน้าที่ให้กับสมาชิกด้วย

         คุณสุบรรณ์ ศรีปาลวิทย์ เสนอ สมาคมฯของเราควรจะมีทนายความประจำสมาคมอย่างน้อย 1 ท่าน เพื่อจะได้ให้ความรู้เกี่ยวกับข้อกฏหมายต่างๆกับสมาชิกหรือบุคคลอื่นได้ โดยเป็นกรรมการสมาคมฝ่ายกฏหมายและให้นายกสมาคมเป็นผู้สรรหามา

         ประธานสอบถามว่า การประชุมตามวาระได้สิ้นสุดลงแล้ว มีท่านใดต้องการเสนออะไรอีกหรือไม่ หากไม่มีผมขอมติตามที่คุณสุบรรณ์ ศรีปาลวิทย์ เสนอมา ท่านใดเห็นด้วยกับคุณสุบรรณ์ ศรีปาลวิทย์ว่าเสนอให้นายกสมาคมฯเป็นผู้ไปสรรหากรรมการสมาคมฝ่ายกฏหมายจำนวน 1 ท่าน ขอให้ยกมือ

            ที่ประชุมทั้งหมดยกมือ ในการให้นายกสมาคมไปสรรหากรรมการสมาคมฝ่ายกฎหมายจำนวน 1 ท่าน และ

ผมขอปิดการประชุมไว้เท่านี้และขอให้ทุกท่านรับประทานอาหารร่วมกัน

ปิดประชุม 20.45 .

  

…………………………

คุณสุบรรณ์  ศรีปาลวิทย์

เลขานุการสมาคม (ผู้บันทึกการประชุม)

 

               ต้องขอแสดง ความ ยินดีกับเพื่อนๆพี่ๆน้องๆผู้ที่มีจิตใจอันแน่วแน่ที่จะช่วยเหลือสังคม โดยรวมตัวกันก่อตั้งสมาคมอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระบุรี สมาคมของเราได้รับการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเมื่อวันที่ ๖ กรกฎาคม  ๒๕๔๘   . ที่ จังหวัดสระบุรี  และขอต้อนรับ เพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ที่มีความประสงค์สมัครเป็นสมาชิกของสมาคม โดยร่วมมือกันทำงานช่วยเหลือสังคมมิหวังสิ่งตอบแทนนอกจากความสบายใจของเราเมื่อได้ช่วยเหลือบุคคลต่างๆที่ได้รับความเดือดร้อน 

               สมาคมของเราไม่ได้บังคับว่าเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ จะช่วยเหลือสังคมอย่างไรบ้าง แต่ สมาคมของเราขอให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆช่วยเหลือสังคมตามกำลังของเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ เอง  โดยการรวมตัวกันเป็นกลุ่มและแบ่งงานกันทำในการช่วยเหลือสังคม โดยทำงานช่วยเหลือสังคมตามวัตถุประสงค์ของสมาคม  ในการช่วยเหลือสังคมขอให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆช่วยเหลือสังคมในสิ่งที่ใกล้ตัวเราก่อนคือสังคมครอบครัว,พ่อแม่,พี่น้อง,ญาติสนิทมิตรสหาย,และสังคมระดับหมู่บ้านตำบลอำเภอจังหวัดต่อไป หัวใจที่สำคัญที่สุดคือครอบครัวเราต้องมาก่อนเมื่อสังคมครอบครัวดีแล้วมีเวลาเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ค่อยช่วยเหลือสังคมต่อไป

 

 

………………………...

พชรศักดิ์      บัวแก้ว

นายกสมาคมฯ

  .. ๔๘

 

             เป็นที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ สมาคมอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสระบุรีของเราได้รับอนุญาตให้จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่  ๖ กรกฎาคม  ๒๕๔๘

จุดมุ่งหมายอันแน่วแน่ที่จะช่วยเหลื่อเพื่อนมนุษย์ที่เกิดมาร่วมโลกให้พ้นจากภัยหรือภัยที่เกิดขึ้นให้บรรเทาเบาบางลงได้บ้าง ถึงเราไม่อาจซับน้ำตาให้กับเพื่อนมนุษย์ให้เหือดแห้งได้ทั้งหมดแต่อย่างน้อย “เรา” ได้หยิบยื่นผ้าผืนน้อยเพื่อซับน้ำตาที่อาบสองแก้มของเพื่อนร่วมโลกให้เพื่อนรู้ว่า เขามิได้ประสบชะตากรรมอย่างโดดเดี่ยว แต่ยังมี”เรา” เป็นห่วงช่วยเหลือให้กำลังใจและเดินเคียงข้างไปกับเขา

 

…………………

ชีวัน     เพ็ชร์รักษ์

อุปนายกฯ

๖ ก.. ๔๘

               ดีใจที่เพื่อน     ปรึกษาหารือกันจัดตั้ง เป็นสมาคม    จะได้ ช่วยเหลือสังคมได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

ปกติเวลามีงานแจกของเด็กบนดอย หรือ งานบริจาคของต่าง ๆ งานของผม ผมไม่เคยพลาดสักงานเลยครับ  งานช่วยเหลือสังคมแบบนี้ผมเทใจให้เต็มร้อยเลยครับ

             ผมว่าการช่วยเหลือสังคมเป็นการตอบแทนบุญคุณแผ่นดินอย่างหนึ่ง ทำให้ประเทศของเราน่าอยู่  ทุกคนช่วยเหลือซึ่งกันและกัน  มิตรภาพ ความสุข รอยยิ้ม เกิดขึ้นในประเทศของเรา  ผมนั่งฝันถึงวันที่ว่าแล้วรู้สึกปลื้มจนขนลุกเลยครับ ผมจะพยายามทำให้มันเกิดขึ้นให้ได้  แล้ววันนั้นก็มาถึง  ผมจะตั้งใจทำหน้าที่ให้ดีที่สุดครับ

 

 

 

   พีระ       ม่วงเจริญ

อุปนายกฯ

๖ ก.ค. ๔๘

               ดีใจที่เพื่อน ๆ ประชุมปรึกษาหารือกันในหัวข้อการช่วยเหลือสังคม  สุดท้ายก็ได้เป็นสมาคมอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัย จะได้ ช่วยเหลือสังคม ได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ภายใต้กฎข้อบังคับของสมาคม

การช่วยเหลือนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยหรือเรื่องใหญ่ขอให้ได้ช่วยอย่างบริสุทธิ์ใจก็มีความสุขแล้วครับ

เรียกได้ว่า   “สุขทั้งผู้รับและผู้ให้”    สังคมจะได้น่าอยู่ขึ้นอีกครับ  ลดการเห็นแก่ตัว สุขใจเมื่อเป็นผู้ให้ เข้าหลักธรรมของพุทธเจ้าเลยครับ  นอกจากอิ่มใจแล้วยังได้บุญ สมกับเป็นชาวไทย ผู้มีชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เป็นศูนย์รวมใจ จริง ๆ

 

 

 

 

.........................................

สุบรรณ      ศรีปาลวิทย์

เลขาฯ

๖ ก.ค. ๔๘

 

 

 

 


 
  Copyright @ 2010 saraburimitigation.com All Rights Reserved.  Powered by ThaiWeb.  Admin Business Online